ข่าวสารการท่องเที่ยว

สารพัด “มาตรการรัฐ” เอาไม่อยู่ ! “เที่ยวในประเทศ” ร่วง 8 หมื่นล้าน

ว่ากันว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัญหาสงครามการค้าขายจีนสหรัฐ รวมทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่านับว่าเป็น เหตุลบ” สำคัญที่ส่งผลให้รายได้ของภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยปี 2562 พลาดเป้าไปค่อนข้างมากมาย โดยเฉพาะตลาดเมืองนอกที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39.8 ล้านคน จากเป้าเดิมที่คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับ 40-41 ล้านคน
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ภาครัฐของไทยจำต้องรีบกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศหรือ ไทยท่องเที่ยวไทย” ผ่านมาตรการต่างๆมานับตั้งแต่กลางปี 2562 ที่ผ่านมา โดยหวังว่าจะช่วยปลุกรายได้การท่องเที่ยวภายในประเทศในตอนโค้งสุดท้ายของปีให้มีสัดส่วนมากขึ้นหรือเป็นไปตามเป้าหมายเดิมที่วางเอาไว้
โดยจะเห็นว่ารัฐบาลได้อัดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและก็การท่องเที่ยวในประเทศอย่างหนักในตอนครึ่งปีข้างหลังของปี นับจากมาตรการลอง ช้อป ใช้โครงการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย แล้วก็โครงการวันปกติ ราคาช็อกโลก ฯลฯ

“ลวรณ แสงสนิท” ผู้อำนวยการสศค. กระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของมาตรการ ลอง ช้อป ใช้

 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของประชากรว่า ภาพรวมการใช้จ่ายของพลเมืองตั้งแต่เริ่ม แผนการจนถึงวันที่ 23 ธ.ค. 2562 มีผู้ใช้สิทธิ์รวม 3 เฟส ปริมาณ 11,794,825 ราย มีการใช้จ่ายรวมราว 25,716.4 ล้านบาท
โดยเป็นการใช้จ่ายผ่าน G-wallet ช่อง ราวๆ 11,641.8 ล้านบาท และก็ G-wallet ช่อง ราวๆ 14,074.5 ล้านบาท ซึ่งจะมองเห็นได้ว่าการใช้จ่ายผ่าน G-wallet ช่อง ที่เป็นการเติมเงินของประชาชนเอง มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็มีมูลค่าสูงกว่ายอดใช้จ่ายผ่าน G-wallet ช่อง แล้ว การใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี้ แบ่งเป็น ชนิด ได้แก่ หมวดลอง หรือร้านอาหารต่างๆราว 4,325.6 ล้านบาท หมวดช้อป ราว 17,678.9 ล้านบาท หมวดใช้ ซึ่งรวมทั้งบริการต่างๆอาทิ โรงแรม บ้านพัก สปา ราว 432.4 ล้านบาท แล้วก็หมวดร้านค้าทั่วไป ราว 3,279.5 ล้านบาท
ดังนี้ รายจ่ายในหมวดใช้เกือบทั้งหมดเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยว ขณะที่หมวดช้อปแล้วก็ลองจะมีเพียงแค่นิดหน่อยถูกจ่ายออกไปในสินค้าทางการท่องเที่ยว
สำหรับแผนการ 100 เดียวท่องเที่ยวทั่วไทย แล้วก็แผนการเที่ยววันปกติ ราคาช็อกโลก นั้น ยุทธศักดา สุภสร” ผู้ว่าการททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลว่า โครงการ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” กระแสตอบรับดี โดยเมื่อวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน-12 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา สินค้าทางการท่องเที่ยวกว่า 40,000 ชิ้น ถูกจำหน่ายกระทั่งหมด
โดยสำหรับผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่มีประชาชนรวมทั้งนักเดินทางพอใจสูงที่สุด แบ่งตามจำพวก ยกตัวอย่างเช่น บัตรโดยสารเครื่องบิน 2,818 ชิ้น (7.04%), โรงแรม 14,202 ชิ้น (35.5%), ร้านอาหาร 6,369 ชิ้น (15.90%), กิจกรรม 13,133 ชิ้น (32.83%), สปา 2,461 ชิ้น (6.15%), แพ็กเกจทัวร์ 873 ชิ้น (2.18%) และรถเช่า184 ชิ้น (0.46%) โดยจุดหมายที่มีผู้พอใจสูงสุด อย่างเช่น จ.กรุงเทพฯจังหวัดชลบุรี รวมทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ดังนี้ คาดการณ์ว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงปลายปีได้ไม่ต่ำกว่า 80,000 คนครั้ง สร้างรายได้ด้านท่องเที่ยวหมุนวนไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 160 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอย่างต่ำ 2,000 บาท/คน


เวลาที่แผนการ ท่องเที่ยววันปกติ ราคาช็อกโลก” เพื่อทำให้เกิดผู้กระทำระจายด้านเวลาแล้วก็พื้นที่ไปสู่ ชุมชนแคว้นนั้น ได้เสนอผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวนานาประการตั้งแต่ตั๋วเรือบินรีสอร์ทบ้านพักกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวห้องอาหารแล้วก็บริการต่างๆในราคาพิเศษ โดยมอบส่วนลดสูงสุดถึง 80%
ยุทธอำนาจ” พูดว่า จากรายงาน ณ วันที่ 16 ธ.ค. 2562 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา พบว่า แผนการมีนักท่องเที่ยวสนใจสมัครร่วม 1.27 แสนคนแล้วก็มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปใช้บริการแล้ว 2.08 แสนครั้ง นอกจากนี้นักเดินทางเข้าไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในเว็บมากยิ่งกว่า ล้านครั้ง ด้วย IP จำนวน 1,028,046 เครื่อง
โดยคาดว่ามาตรการนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการเดินทางกระจัดกระจายไปทุกภูมิภาคของไทยในช่วงปลายปี แล้วก็ก่อกำเนิดการใช้จ่ายภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเมื่อสำเร็จมาตรการในวันที่ 30 ธ.ค. 2562 จะมีปริมาณนักเดินทางเดินทางใช้บริการรวมไม่น้อยกว่า 2.2 แสนคน แบ่งเป็นเดินทางชนบท ประมาณ 97 หมื่นคน รายได้ 481.02 ล้านบาท รวมทั้งเดินทางในพื้นที่ โดยประมาณ 1.23 แสนคน รายได้ 138.37 ล้านบาท รวมสร้างรายได้สู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้วก็ชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ ได้ไม่น้อยกว่า 619.39 ล้านบาท
แม้กระนั้น แม้ว่าจะมีการออกมารการกระตุ้นอุตสาหกรมท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งกว่า มาตรการ แต่ ททท.ก็ยังคงประเมินว่าเมื่อจบปีนี้คงจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่ราว 167 ล้านคนครั้ง หรือเติบโตแค่เพียง 1% สร้างรายได้ค่า 1.10 ล้านล้านบาท หรือมากขึ้นเพียง 3% แค่นั้น
โดยจำนวนคาดการณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้ลดลงจากเป้าจำนวนและก็รายได้เดิมข้างหลังปรับเป้าลงเมื่อกลางปีที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไทย ราว 170 ล้านคนครั้ง รวมทั้งสร้างรายได้ 1.17 ล้านล้านบาท ยิ่งกว่านั้น ยังห่างจากวัตถุประสงค์ทางด้านปริมาณและรายได้ที่ตั้งเอาไว้ก่อนที่จะเข้าปี 2562 ซึ่งบอกว่าจะมีนักท่องเที่ยวไทยท่องเที่ยวไทยราว 179 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้ประมาณ 1.18 ล้านล้านบาท
พูดได้ว่ามีการปรับเป้าต่ำลงอย่างสม่ำเสมอไปกว่า หมื่นล้านบาทซึ่งสะท้อนเหตุการณ์ที่ว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งสิ้นที่ผ่านมาบางทีอาจจะไม่เป็นผลนัก
ซึ่งก็นับได้ว่าเป้าที่ ททท. กล่าวว่า ปี 2563 นี้ นักเดินทางชาวไทยจะมีอัตราเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่ 172 ล้านคนครั้ง หรือเติบโต 3% และก็สร้างรายได้เป็นค่า 1.16 ล้านล้านบาท หรือเติบโต 5% นั้นบางครั้งก็อาจจะมิได้รับโมเมนตั้มมากนักด้วยเหมือนกัน